คำถามที่พบบ่อยเมื่อเลือกซื้อสมาร์ทโฟน Huawei มือหนึ่งหรือมือสองคือ รุ่นใดบ้างที่ยังมี Google Mobile Services หรือ GMS ใช้งานได้ และรุ่นใดที่ไม่มี ความเข้าใจเรื่องนี้สำคัญต่อการตัดสินใจ เพราะส่งผลโดยตรงต่อวิธีดาวน์โหลดแอปและการใช้งานบริการของ Google บทความนี้จะแบ่งยุคของอุปกรณ์ Huawei อย่างเป็นระบบ อธิบายวิธีตรวจสอบเครื่องที่มีอยู่ และสรุปทางเลือกสำหรับรุ่นที่ไม่มี GMS จากโรงงาน
เส้นแบ่งยุคที่ชัดเจน ปี 2019
เหตุการณ์สำคัญในเดือนพฤษภาคม 2019 ทำให้ Google หยุดออกใบอนุญาต GMS ให้อุปกรณ์ Huawei รุ่นใหม่ อุปกรณ์ที่เปิดตัวและได้รับการรับรองก่อนช่วงเวลาดังกล่าวยังคงสิทธิ์ใช้งาน GMS อย่างสมบูรณ์ รวมถึงได้รับการอัปเดตแอปของ Google ตามปกติ ตัวอย่างรุ่นที่มี GMS ได้แก่ ซีรีส์ P30, Mate 20, Nova รุ่นยุคเดียวกัน และอุปกรณ์ที่เปิดตัวก่อนหน้านั้นทั้งหมด
รุ่นแรกที่ได้รับผลกระทบชัดเจนคือ Mate 30 Series ซึ่งเปิดตัวปลายปี 2019 โดยไม่มี GMS ตั้งแต่โรงงาน ตั้งแต่นั้นมา อุปกรณ์ทุกรุ่นในตระกูล P, Mate, Nova และซีรีส์อื่น รวมถึงแท็บเล็ต MatePad รุ่นใหม่ วางจำหน่ายพร้อม Huawei Mobile Services แทน ดังนั้นหลักการง่าย ๆ คือ รุ่นที่เปิดตัวก่อนกลางปี 2019 มี GMS ส่วนรุ่นหลังจากนั้นไม่มี
วิธีตรวจสอบเครื่องที่ใช้อยู่
การตรวจสอบว่าอุปกรณ์มี GMS หรือไม่ทำได้หลายวิธี วิธีแรกคือดูว่ามีแอป Play Store ติดตั้งอยู่หรือไม่ หากมีและเปิดใช้งานได้ปกติ แสดงว่าเครื่องมี GMS วิธีที่สองคือเข้าเมนูการตั้งค่าแอปพลิเคชันแล้วค้นหารายการอย่าง Google Play Services หรือ Google Services Framework การปรากฏของรายการเหล่านี้ยืนยันว่าส่วนประกอบของ Google อยู่ในระบบ วิธีที่สามคือตรวจสอบรุ่นและปีที่เปิดตัวจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ แล้วเทียบกับเส้นแบ่งยุคที่กล่าวข้างต้น
สำหรับการซื้อเครื่องมือสอง ควรถามประวัติการใช้งานและทดลองเปิดเครื่องตรวจสอบก่อนตัดสินใจ เพราะเครื่องบางเครื่องอาจเคยถูกติดตั้งบริการ Google ด้วยวิธีพิเศษ ซึ่งจะหายไปหากมีการรีเซ็ตค่าโรงงานในอนาคต
ข้อดีข้อจำกัดของการใช้เครื่องยุคมี GMS
อุปกรณ์ยุคก่อนปี 2019 ที่ยังมี GMS ให้ประสบการณ์การใช้งานแบบเดิมที่คุ้นเคย ดาวน์โหลดแอปจาก Play Store ได้โดยตรงและใช้บริการของ Google ได้ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดสำคัญคืออุปกรณ์เหล่านี้มีอายุหลายปีแล้ว การอัปเดตระบบปฏิบัติการและแพตช์ความปลอดภัยสิ้นสุดลงไปนาน ฮาร์ดแวร์ เช่น แบตเตอรี่ ก็เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน การเลือกใช้เครื่องยุคนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ยึดมั่นในความคุ้นเคยของระบบเดิมและยอมรับข้อจำกัดด้านอายุอุปกรณ์
ทางเลือกสำหรับรุ่นใหม่ที่ไม่มี GMS
อุปกรณ์ Huawei รุ่นใหม่เสนอฮาร์ดแวร์ที่ก้าวหน้ากว่าอย่างมาก ทั้งเทคโนโลยีกล้อง หน้าจอ การชาร์จเร็ว และการออกแบบ ส่วนช่องว่างด้าน GMS มีแนวทางจัดการที่เป็นผู้ใหญ่แล้วในปัจจุบัน โซลูชันหลักคือการติดตั้ง microG ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่จำลองบริการหลักของ GMS ผสานกับ GBox ที่เปิดการเข้าถึง Play Store ทั้งสองเริ่มต้นได้จาก AppGallery โดยตรงบนอุปกรณ์ที่ใช้ EMUI เวอร์ชันใหม่ หลังการตั้งค่าเพียงครั้งเดียว แอปอย่าง YouTube, Gmail และ Google Maps ก็กลับมาใช้งานได้ใกล้เคียงอุปกรณ์ Android ทั่วไป
ผู้ที่สนใจรายละเอียดการติดตั้งแบบเป็นขั้นตอนสามารถศึกษาได้จากบทความของชุมชนผู้ใช้อย่างเป็นทางการภายใต้หัวข้อ huawei มี gms ซึ่งรวบรวมแนวทางสำหรับทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตไว้ครบถ้วน
แนวทางเลือกซื้อให้เหมาะกับความต้องการ
การตัดสินใจระหว่างเครื่องยุคเก่าที่มี GMS กับเครื่องยุคใหม่ที่ไม่มี ควรพิจารณาสามปัจจัย ปัจจัยแรกคือความพึ่งพาแอปของ Google ในชีวิตประจำวัน หากงานหลักผูกกับ Gmail, Drive หรือแอปองค์กรที่ต้องการ GMS อย่างเข้มงวด ควรประเมินความพร้อมในการตั้งค่าโซลูชันเสริม ปัจจัยที่สองคืออายุการใช้งานที่ต้องการ เครื่องรุ่นใหม่ได้รับการอัปเดตและการรับประกันเต็มระยะ ขณะที่เครื่องยุคเก่าอยู่นอกระยะสนับสนุนแล้ว ปัจจัยที่สามคืองบประมาณ เครื่องมือสองยุคเก่ามีราคาถูกมาก แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงด้านสภาพและแบตเตอรี่
บทสรุป
อุปกรณ์ Huawei ที่มี GMS คือรุ่นที่เปิดตัวก่อนกลางปี 2019 ซึ่งปัจจุบันอยู่นอกระยะสนับสนุนซอฟต์แวร์แล้ว ส่วนรุ่นใหม่ทั้งหมดไม่มี GMS จากโรงงาน แต่มีทางเลือกผ่าน AppGallery, microG และ GBox ที่ทำให้การใช้งานแอปที่จำเป็นกลับมาครบถ้วน การเข้าใจเส้นแบ่งยุคและทางเลือกที่มีอยู่จริง จะช่วยให้เลือกอุปกรณ์ได้ตรงความต้องการมากที่สุด ทั้งในแง่ของงบประมาณ ประสบการณ์ใช้งาน และอายุการใช้งานระยะยาว
